Skip to main content

รีวิว ChuChuZa อาหารเสริมเพื่อล้างลำไส้



สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เป็นครั้งแรกที่บีมลองทำโพสต์รีวิวแบบจริง ๆ จัง ๆ แบบที่บล็อกเกอร์คนอื่นเขาทำกันดูค่ะ เพราะบีมได้ลองไปดูงานรีวิวของหลาย ๆ ที่มา บีมว่า การทำรีวิวที่มีภาพชัด ข้อมูลเป็นกลาง เขียนตามจริง จะมีประโยชน์กับผู้บริโภคอยู่มากเลยค่ะ ซึ่งในบทความนี้ บีมจึงตั้งใจว่า จะตั้งใจเขียนรีวิวผลิตภัณฑ์ตัวนี้ในฐานะ "ผู้บริโภค" และ "ที่ปรึกษา" โดยตัดหมวกของนักการตลาดและนักขายออกไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ ผู้อ่านจะได้ข้อมูลที่เป็นกลางจริง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจว่า มันจะ "ตรงกับที่มองหา" และ "คุ้มค่าเม็ดเงินของคุณ" หรือเปล่านะคะ

ช้าอยู่ไย...มาเริ่มกันเลยค่ะ :-)

ที่มาของผลิตภัณฑ์

กล่องที่บีมทานค่ะ นี่กล่องที่ 2 ห่างกับกล่องแรกเกือบ 2 เดือนค่ะ รอบนี้ทานเพราะต้องทำรีวิวให้ทุกคนนี่แหละ :-) เลยต้องมาทวนรสชาติและผลลัพธ์กันอีกรอบ :-) ซึ่งจริง ๆ ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกที่กินแล้วค่ะ 2 ซองด้านนอกคือฉีกแล้ว กินแล้ว เลยแฟ่บ ๆ ซองนึงของบีม ซองนึงของพี่แม็คค่ะ (สามี ให้เขาทดลองกินด้วยไปพร้อมกัน)

ผลิตภัณฑ์นี้ มีที่มาจากพี่นักธุรกิจที่บีมได้พบเมื่อครั้งไปดูงานที่ประเทศจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อพี่เขาได้ทราบว่าบีมทำงานเกี่ยวกับการเขียนบล็อกและการดูแลสุขภาพ จึงได้แนะนำให้บีมรู้จักกับ Chu Chu Za ตัวนี้ล่ะค่ะ

สิ่งที่ทำให้บีมคิดว่าน่าสนใจที่จะนำมาทดลองก็คงเป็นเพราะ บีมเองชอบเกี่ยวกับการดีท็อกซ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และบีมคิดว่า แฟนเพจและลูกค้าหลายท่าน เท่าที่ได้สอบถามพูดคุยมา ก็เห็นว่า หลาย ๆ ท่านที่พึ่งเริ่มต้น ยังมีความรู้และเข้าใจเรื่องธรรมชาติบำบัดไม่มากนัก และบางรายร่างกายก็สะสมพิษมาก ระบบรวนมาก สูตรธรรมชาติที่ใช้ ใช้สักพักก็อาจยังไม่เห็นผลชัดเจนหรือเห็นช้า หรือบางท่านมีอาชีพต้องเดินทางบ่อย ไม่สะดวกเรื่องการใช้อาหารและธรรมชาติแบบเต็ม ๆ ซึ่งอาหารเสริมจะช่วยในจุดนี้ได้อยู่

แต่โจทย์ของบีมที่เน้นย้ำและสอบถามไปจนมั่นใจ คือ "ความปลอดภัยต่อสุขภาพ" ค่ะ ซึ่งในการเดินทาง 4 วันที่อยู่ร่วมทริปเดียวกัน บีมเห็นว่าพี่เขาเป็นคนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพจริง ๆ และด้วยความที่เขาเองก็มีอาการประจำตัวบางอย่างที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่สามารถใช้อะไรที่เป็นเคมีและแปลกปลอมได้เลยทั้งตัวกินและตัว skincare เขาก็สามารถทานดีท็อกซ์ที่เขาผลิตขึ้นมาได้ค่ะ ทำให้บีมมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ค่อนข้างมากเลยทีเดียวในจุดนี้ และสูตรนี้ยัง "ปลอดสารกันเสีย" ด้วยค่ะ ดีมาก ๆ

สรุปว่า ... ดูจากองค์ประกอบของผู้ผลิต แนวคิดการผลิต คือ ตรงกันมาก เราใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในสุขภาพและคุณภาพเหมือนกันค่ะ และมีจำหน่ายในวัตสันด้วยค่ะ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องเป็นห่วงเลย

และที่สำคัญคือ ปริมาณพอดี มี 7 ซอง ซึ่งในมุมของแนวธรรมชาติบำบัดที่บีมใช้ บีมมองว่า 7 ซองคือ พอแล้วสำหรับการช่วยเหลือร่างกายในเบื้องต้นค่ะ หลังจากนั้นไปปรับอาหารและพฤติกรรมกันต่อค่ะ และใช้ช่วยในการบางครั้งที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ได้ เช่น เดินทางและกินอาหารที่ย่อยไม่ได้มาหลายวัน กลับถึงบ้าน จะใช้ตัวนี้ช่วยล้างสักสัปดาห์ก็ไม่เป็นปัญหาค่ะ พอพิษจำนวนมากถูกล้างไปหมด เราก็กลับมาดูแลตัวเองด้วยสูตรธรรมชาติปกติที่ใช้อยู่แล้วได้เลย

และ...สำคัญมาก ๆ คือ ราคา...กล่องละ 390 บาทเท่าน้ันค่ะ ในมุมของบีม คือ ของดี ราคาเบา จะช่วยลูกค้าได้มากค่ะ ก็น่าสนใจที่จะนำมาทดลองมาก ๆ เลยค่ะ เผื่อเป็นทางเลือก เป็นทางช่วยลูกค้าได้เพิ่มเติม (ที่คิดตอนนั้น)

ความปลอดภัย

ถ้าเป็นอาหารเสริม บีมเข้าใจค่ะว่าทุกคนต้องคำนึงถึงอันดับแรก คือ ความปลอดภัย เพราะบีมเอง จะกินอะไรก็ต้องคัดที่ปลอดภัยต่อสุขภาพไว้ก่อน เพราะ เราต้องการดูแลร่างกายให้อยู่ได้ยาว ๆ (ยังมีความฝันอีกเยอะที่ต้องทำนะคะ :) และยังอยากอยู่ดูความสำเร็จลูก ๆ)

สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ มีมาตรฐานความปลอดภัยรับรองหลายตัวค่ะ


  1. เลขทะเบียนอาหารและยา (เช็คแล้วยัง Active อยู่ค่ะ ชื่อตรงกับบนกล่องด้วย) 74-1-18761-5-0014 ตรวจสอบที่ https://oryor.com/oryor2015/check_product.php 
  2. สถานที่ผลิตได้รับมาตรฐานการรับรองระบบ GMP และ HACCP ซึ่งเป็นระบบการตรวจสอบที่รับรองว่าอาหารนั้นมีความปลอดภัยในการบริโภคค่ะ
นอกจากนี้ ยังผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ได้รับการจัดจำหน่ายในวัตสันและ EVEandBoy ด้วยค่ะ

ข้อมูลที่ทางคณะกรรมการอาหารและยาบังคับว่าต้องแสดงในฉลากมีครบถ้วนและชัดเจนค่ะ


คำเตือนและข้อควรระวังในการใช้

ปกติแล้ว เขาจะเอาหัวข้อนี้ไว้ท้าย ๆ กันเลย แต่บีมเห็นว่า เขียนไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่าค่ะ เพราะ คนที่ไม่ควรทาน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอ่านต่อ ยกเว้นแต่ว่า จะอ่านเผื่อคนอื่น ๆ ที่คุณอยากให้เขาทดลองทานค่ะ

บีมขอเขียนในฐานะ "ที่ปรึกษา" ที่สะสมความรู้และประสบการณ์ดูแลลูกค้ามาเป็นเวลา 9 ปี และในฐานะ "ผู้ประกอบการ" ที่เคยรับรู้ข้อมูลวงในของการผลิตอาหารเสริมของเมืองไทยมาก่อน และได้พูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร อ่านงานเขียนของแพทย์ในสายต่าง ๆ ขอสรุปเรื่องข้อควรระวังและความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการทานอาหารเสริมกลุ่มดีท็อกซ์ดังนี้ค่ะ
  1. ในทางธรรมชาติบำบัด อาหารเสริมที่มีคุณภาพดี ออกแบบสูตรมาดีและปลอดภัยนั้นปลอดภัยกว่ายาเคมีแน่นอน แต่เนื่องจากอาหารเสริมเป็นสารอาหารที่มี "ความเข้มข้นของสารอาหารสูง" ดังนั้น บีมแนะนำว่า ไม่ควรทานอาหารเสริมชนิดใดชนิดหนึ่ง แม้จะเคลมว่าปลอดภัย ต่อเนื่องกันนานเกินไป ถามว่านานเท่าไหร่ บีมคิดว่า กินสักไม่เกิน 2-3 เดือน พอเห็นผลชัดเจนตามที่ต้องการ โดยทานตามโดสที่บริษัทที่ผลิตแนะนำ ก็หยุดทาน ซึ่งในระหว่างที่เราทาน เราก็ควรปรับพฤติกรรมของเราให้ลดการใช้อาหารเสริมลง จนร่างกายกลับมาแข็งแรงและสามารถจัดการพิษและปรับสมดุลให้ตัวเองได้ จากอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลจิตใจ ฯลฯ ที่เราสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องมีตัวช่วยค่ะ (คือร่างกายเรามหัศจรรย์และมีพลังเยียวยาที่เรารับจากธรรมชาติได้อยู่แล้ว แต่ต้องเลือกสถานที่ที่ให้พลังค่ะ ไม่ใช่ทุกที่จะให้พลังได้หมด)
  2. อาหารเสริมที่ใช้ในการล้างลำไส้ ไม่เหมาะจะใช้ในแม่ตั้งครรภ์เลยค่ะ คือ ในทางปฏิบัติมันอาจจะใช้ได้ ด้วยเคสที่คนอาจจะเคยใช้และมาเล่าให้ฟัง แต่เราต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเองนะคะ เพราะ เรื่องการแท้งหรือความผิดปกติของตัวอ่อน มันเป็นเรื่อง Sensitive มาก ๆ ดังนั้น คุณหมอที่ดูแลคุณแม่ จึงอยากให้ตัดเรื่องอาหารเสริมและสมุนไพรต่าง ๆ ออกไปค่ะ คือ ถ้าจะใช้ ก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง และไม่โทษใครถ้ามีอะไรผิดปกติขึ้นมาค่ะ
  3. สำหรับแม่ที่ให้นมบุตร ความเสี่ยงต่อลูกจะน้อยกว่าเพราะอยู่นอกร่างกายแล้ว แต่สารอาหารต่าง ๆ จะไปอยู่ในน้ำนมด้วย ดังนั้น แม้สารอาหารจะมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณแม่ แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับลูกค่ะ ดังนั้น หากต้องการทานจริง ๆ เพื่อระบายความอึดอัดในลำไส้ไปบ้าง น้ำนมที่หลั่งออกมาช่วงหลังทานอาหารเสริมประมาณ 4-8 ชั่วโมง ก็ไม่ควรให้น้องทานค่ะ และดื่มน้ำอุ่นให้มากเพื่อละลายความเข้มข้นของสารสกัดให้เจือจางไป หลังจากนั้นก็กลับมาให้นมน้องได้ตามปกติค่ะ 
  4. สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12-13 ปี (ยังไม่เข้าวัยรุ่น) ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าดูแลสุขภาพมาดี (ที่บ้านกินอาหารดี ๆ พ่อแม่ดูแลสุขภาพ) ลำไส้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ ถ้าเด็กกินผักผลไม้และแบคทีเรียที่ดีมาก ๆ แต่ถ้าเด็ก ๆ ที่กินฟาสต์ฟู้ดเยอะ กินอาหารมัน หวาน เยอะ ๆ ก็จะมีของเสียตกค้างในลำไส้และภาวะไขมันสะสมในตับได้ตั้งแต่เล็ก ๆ (จะเห็นว่า เดี๋ยวนี้เด็กวัยรุ่นก็เป็นเบาหวานได้แล้วนะคะ มันอยู่ที่ของที่เขากินมาตั้งแต่เด็กจนถึงก่อนวัยรุ่นค่ะ) แต่ถ้าเด็ก ๆ เป็นสิวและมีกลิ่นตัวตั้งแต่อายุ 9 ปี อาจเป็นสัญญาณว่า น้องมีของเสียตกค้างในลำไส้และตับ คุณแม่อาจลองปรึกษาแพทย์ทางเลือกว่า น้องจะสามารถกินอาหารอะไร หรือใช้อาหารเสริมอะไรช่วยล้างพิษได้บ้างหรือไม่ ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรหาข้อมูลให้ครบถ้วน ให้ปลอดภัยแน่นอนก่อนให้น้องกินอะไรค่ะ ไม่ใช้ข้อมูลตามเพื่อนแนะนำ กับลูก ต้องปลอดภัยที่สุดค่ะ
  5. ผู้ป่วยเป็นโรคประจำตัวต่าง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าทานได้ไหมนะคะ ซึ่งแม้ตามเรื่องราวที่บีมเล่าว่าพี่ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ แม้จะมีปัญหาสุขภาพอยู่บ้างและทานตัวนี้ได้ แต่...สำหรับท่านอื่น ๆ ที่สนใจจะทาน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ค่ะ และรับความเสี่ยงด้วยตัวคุณเองค่ะ

ChuChuZa มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ล้างลำไส้อื่น ๆ อย่างไร?

อันนี้ ขอตอบจากประสบการณ์ที่เป็นผู้บริโภคเองด้วยที่ชอบไล่ดูฉลากผลิตภัณฑ์แบบนี้ไปทั่ว (เพราะอยากรู้ว่าคนอื่นเขาใส่อะไรกันบ้าง) และผู้ประกอบการที่พอจะรู้ข้อมูลวงในการผลิตอาหารเสริมมาก่อน บีมวิเคราะห์ไว้แบบนี้ค่ะ

ChuChuZa เลือกใช้ส่วนผสมที่เป็นพื้นฐานของผลิตภัณฑ์ด้านการล้างลำไส้ เช่น ผงไซเลี่ยม ฮัสค์ ใยอาหารจากแอปเปิ้ล ฟรุ๊คโตโอลิโกแซคคาไรค์ สารสกัดผลส้มแขก และ สารสกัดอื่น ๆ ในกลุ่มที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น ผงเมล่อน (นี่ได้เรื่องผิวด้วย) สารสกัดจากส้มแดง สารสกัดจากชาเขียว สารสกัดจากบร็อคโคลี่ สารสกัดจากแดนดิไลอ้อน (นี่เคลมเรื่องบำรุงสุขภาพตับ) ซึ่งไม่มีส่วนผสมของ โพรไบโอติคส์ หรือ แบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ซึ่งบีมมองว่า จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะ มันรับจากข้าวหมาก โยเกิร์ต คีเฟอร์ ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องใส่ในอาหารเสริมก็ได้ ... แบคทีเรียนี้ บีมมองว่า รับสด ๆ จะดีกว่าค่ะ 

ถ้ามองในมุมของส่วนผสม สำหรับบีม คือ ไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ล้างลำไส้ที่มีจำหน่ายทั่วไป แต่สิ่งที่น่าสนใจและแตกต่าง คือ การเลือกใช้ส่วนผสมหลักเป็นออร์แกนิคและปลอดสารกันเสียค่ะ และมีใยอาหารที่ละลายน้ำอยู่มากถึง 9,000 มก. (3 ตัวรวมกัน คือ ผงไซเลี่ยม ฮัสค์ ใยอาหารจากแอปเปิ้ล และ ฟรุ๊คโตโอลิโกแซคคาไรด์) ทำให้กวาดล้างของเสียในลำไส้ได้ค่อนข้างหมดจดค่ะ 





การเขียนฉลาก ทางผู้ผลิตต้องแสดง 2 ส่วน คือ Active Ingredients และส่วนผสมอื่น ๆ ที่ใส่ลงไปทั้งหมดค่ะ

ท่อนบน คือ ส่วนผสม Active หมายถึง ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทำงานตามสรรพคุณที่เคลมไว้ และท่อนล่าง ตั้งแต่คำว่า Bulking agent ถึง แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่ไม่ได้เสริมการทำงาน ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนที่ช่วยให้มีรสชาติดีขึ้น ทานง่ายขึ้น มีเนื้อที่โอเคขึ้น ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งในส่วนนี้แหละ ที่นักธรรมชาติบำบัดที่เคร่งครัด เขาจะไม่รับเลยค่ะ เพราะ เขาถือว่ามันเป็นส่วนที่ร่างกายไม่ต้องการ แต่ในอีกมุมมองด้านวิทยาศาสตร์และมาตรฐานความปลอดภัย เขาก็จะมีข้อมูลที่อยู่บนพื้นฐานงานวิจัยว่า ถ้าใช้ปริมาณเท่านี้ ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและร่างกายสามารถขับออกเองได้ค่ะ (นี่เป็นเหตุผลว่า คนที่มีโรคประจำตัว อาจจะต้องพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ตับและไตอาจจะอ่อนแอ ท้องผูกหนักมาก่อน อาจจะมีปัญหาเรื่องการกำจัดพิษออกค่ะ อันนี้คงต้องปรึกษาแพทย์เป็นรายคนไป)

สำหรับทางแบรนด์เอง ได้เคลมไว้ว่า ใช้สารสกัดออร์แกนิคนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถเรียกผลิตภัณฑ์ว่าเป็นออร์แกนิคได้ค่ะ เพราะ มีส่วนผสมตัวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ออร์แกนิคผสมด้วย (แต่ไม่ใช่สารอันตรายใด ๆ ค่ะ) และการที่จะทำให้เป็นออร์แกนิคเพียว ๆ นั้น ต้นทุนจะสูงมาก ๆ ซึ่งทางเจ้าของเองได้ปรึกษากับทีมแพทย์วิจัยและพัฒนาสูตร ก็ได้คำตอบ ณ จุดกลางว่า ให้เป็นอาหารเสริมเกรดปลอดภัยต่อสุขภาพและใช้สารสกัดหลักที่ออกฤทธิ์เป็นออร์แกนิคค่ะ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์และเป็นราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้

บรรจุภัณฑ์

บีมประทับใจบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่แรกพบค่ะ คือ กล่องออกแบบมาดี วางอาร์ตเวิร์คสวยดีค่ะ น่าหยิบจับมาใช้ กล่องมีความแข็งแรง ฉีกตรงรอยปรุก็ง่ายมาก ซองก็พอดีมือ แพ็คดูแน่นหนา แข็งแรง คือ เกินราคาไปเยอะมาก ... พอพี่เขาบอกราคา คือ บีมรู้สึกว่า ... คุ้ม ...

1 กล่องมี 7 ซอง ซองละ 20 กรัมค่ะ ทำให้รู้สึก "คุ้ม"

2 ซองด้านนอก คือ ฉีกกินไปแล้ว

ให้ดูชัด ๆ ด้านหน้าค่ะ ตั้งใจพิมพ์กล่องมาก เมล่อนนูนสวย 3D ด้วย ใช้วัสดุดีมาก ๆ ค่ะ

ซองขนาดพอดีมือ แน่นหนา ดูดี

มีรอยฉีกให้ตรงท้ายซองนะคะ อยู่ด้านล่างของแต่ละซองค่ะ ฉีกง่าย แต่ขาดไม่สุด แนะนำใช้กรรไกรตัดดีกว่าค่ะ

ผงผลิตภัณฑ์

บีมประทับใจเนื้อผงตัวนี้ค่อนข้างมาก เพราะ ละเอียดมากและละลายน้ำได้หมดค่ะ หอมเมล่อน กินแล้วแทบไม่มีเศษตกค้างในแก้ว

ฉีกเทใส่ในจานให้ดูเนื้อนะคะ

มาดูกันใกล้ ๆ อีกนิด

ซูมให้เห็นเนื้อค่ะ ละเอียดมาก ๆ 

จริง ๆ ใส่แก้วเช็คก็ได้ค่ะ หรือ แค่ใส่ครึ่งขวดน้ำ 500 มล. ปิดฝาแล้วเช็ค เปิดดื่มได้เลย หรือเทน้ำ 250 มล. ใส่ลงในแก้วแล้วคนก็ได้ค่ะ บีมแนะนำใช้น้ำไม่เย็นนะคะ เพราะ การละลายจะทำได้ดีกว่า และดีต่อสุขภาพมากกว่า (ไม่ใช้น้ำร้อนหรือเย็นค่ะ น้ำร้อนอาจทำให้สารอาหารสลายได้)

พอคนแล้ว จะละลายดีมากค่ะ แต่คน ๆ หลายรอบนิดนึงนะคะ

บีมก็ชงง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ถ้ามีขวดน้ำ ก็ใช้ขวดน้ำเลยค่ะ

ให้ดูเนื้อจากแสงด้านข้าง ละลายหมด ไม่จับเป็นก้อนเหนียว ๆ ค่ะ

แสงอีกมุมให้ดูเนื้อค่ะ

ตรงก้นแก้วค่ะ ดูจะมีกาก ๆ ตกอยู่นะคะ แต่เดี๋ยวตอนกิน มันจะกินได้หมดเลยค่ะ
อันนี้คือกินหมดแล้ว (ยอมกินรอบสองของวันนี้เลยค่ะ เพื่อทำรีวิวนี้โดยเฉพาะ ทั้งที่มันต้องกินแค่วันละครั้งก่อนนอน)

รสชาติเป็นอย่างไร?


ส่วนตัวแล้ว บีมชอบนะคะ สีอาจจะไม่น่ากิน แต่...รสชาติหอมเมล่อนมาก ๆ ค่ะ ทานง่ายแน่นอน และไม่มีเมือกเหนียว ๆ หลังชงด้วยค่ะ เหมือนเรากินน้ำเมล่อนที่มีผงใยอาหารที่กลืนลงได้ไม่ลำบากค่ะ

ผลการทาน

ก่อนที่จะบอกผลการทาน สำหรับตัวบีมเอง ปกติแล้วจะมีสุขภาพประมาณนี้ค่ะ
  • กินอาหารที่ดีอยู่แล้ว
  • ดูแลตัวเองเป็นอยู่แล้ว (ปรับสมดุลเป็น ใช้อาหารและสมุนไพรรักษาตัวเองเป็น)
  • ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • นอนก่อน 4 ทุ่มเป็นประจำ
  • ตื่นช่วงตี 2-5 เป็นประจำ
  • มีพักบ่าย ๆ บ้าง แต่พักสัก 1-2 ชั่วโมง ก็มีพลังกลับมา 
  • สภาพจิตใจอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ มีสิ่งที่ต้องรับมือมาก แต่ใจโอเคมากตอนนี้ ไม่มีความเครียดสะสม และมีวิธีสลายพลังลบด้วยธรรมชาติได้เองค่ะ คือ ปรับสมดุลจิตใจได้เอง
  • ระบบขับถ่ายดีอยู่แล้ว ถ่ายหลังดื่มน้ำอุ่นตอนเช้าได้เองค่ะ สุดบ้างไม่สุดบ้างตอนเช้า แต่ออกหมดทุกวันแน่นอน วันละ 2-3 รอบ พีคสุด ๆ ก็ 4-5 รอบค่ะ โดยไม่ใช่ท้องเสีย
ผลการทานตัวนี้ที่สังเกตได้
  • วันแรกสุด มันจะไม่ได้ทำให้เราพุ่งตัวจากเตียงมาถ่ายหนักในทันทีหลังตื่นค่ะ แม้จะดื่มน้ำไปแล้ว เราก็ต้องบริหารหน้าท้อง คือ ต้องกระตุ้นอยู่บ้าง แต่เวลาที่ขับถ่าย จะออกมาได้มากกว่าปกติและมีกลิ่นแรงกว่าปกติค่ะ และเราอาจจะขับถ่ายเป็นช่วง ๆ ระหว่างวันไปตามแต่ของเสียที่มีในลำไส้ค่ะ ว่าตกค้างมากน้อยแค่ไหน 
  • วันต่อ ๆ มา การขับถ่ายจะง่ายขึ้นตอนเช้า (มาเร็วขึ้น) และระหว่างวัน ความถี่จะลดลงตามปริมาณของเสียตกค้าง ซึ่งมาจากอาหารที่เรากินแต่ละวันด้วยนะคะ ถ้าระบบย่อยเราดี ของเสียตกค้างจะน้อยค่ะ ที่ออกมาก็เป็นอันเดิม ๆ ที่ติดค้างมานานนั่นแหละ
  • การขับถ่ายสุดดีค่ะในแต่ละวัน คือ มันจะรู้สึกหมดจดมากกว่าไม่กิน (ลำไส้ใหญ่กับปอดอยู่บนเส้นลมปราณเดียวกัน และถ้าลำไส้ใหญ่มีพิษสะสม ปอดจะได้รับไปด้วย ซึ่งอาจทำให้หายใจอึดอัดไม่ทั่วท้อง รู้สึกเครียดแบบบอกไม่ถูก ซึ่งถ้าปอดไม่ดี ผิวจะไม่ดีไปด้วยค่ะ ผิวจะเกี่ยวกับปอดด้วย ทางแผนจีนเขาบอกแบบนั้นค่ะ)
  • ไม่มีอาการปวดบิดแต่อย่างใดค่ะ
  • ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของการใช้ อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคลนะคะ

คำแนะนำในการกินเพิ่มเติม

  1. มือใหม่ที่ยังไม่เคยล้างพิษ ไม่เคยกินอะไรล้างลำไส้มาก่อนเลย ถ้ากินตัวนี้ ต้องดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ คือ ต้องดื่มไปให้ได้อย่างต่ำวันละ 1.5 ลิตร งดเครื่องดื่มอื่น ๆ ทั้งหมด ดื่มแค่น้ำเปล่าอุ่น ๆ โดยตอนเช้า ดื่มไปเลย 1 แก้วให้จบรวดเดียวให้ได้ และทำตามหนังสือเล่มนี้เพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่าย "ลำไส้แฮปปี้ สุขภาพดี ผอมสวย"  ค่ะ บีมทดลองทำดูแล้ว แค่ 4 ขั้นตอนก็ทำให้การขับถ่ายตอนเช้าเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้และออกได้มากที่สุดก่อน 7 โมงได้จริง ๆ (แต่ต้องดูแลเรื่องอาหารระหว่างวันประกอบด้วยนะคะ)
  2. ถ้า 1-3 วันแรก ยังออกไม่มาก ไม่ต้องเครียดค่ะ มันได้ผลอยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลา สำคัญคือน้ำอุ่น หรือถ้าจะให้เร็ว ก็ดื่มน้ำอุ่นผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์กับน้ำผึ้ง (อัตราส่วนอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเติมน้ำอุณหภูมิห้องลงไปสัก 1/2 แก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปให้อุ่นพอประมาณ จะช่วยทำให้ลำไส้ชุ่มน้ำ อุจจาระและใยอาหารขับเคลื่อนง่ายขึ้น อันนี้ให้ดื่มช่วงเช้าหลังน้ำอุ่นแก้วแรกก็ได้ค่ะ หรือก่อนทานอาหารเสริมตัวนี้สัก 1 ชม. หลังอาหารมื้อสุดท้าย 2 ชั่วโมง ก็ได้ จะช่วยได้เยอะค่ะ) หรือถ้าเอาง่าย ๆ ก็น้ำอุ่นผสมเกลือหิมาลัย ผสมให้ไม่เค็มมากไป ไม่จางมากไป จิบดื่มอุ่น ๆ ตลอดวัน นับรวมกันให้ได้เกิน 1.5 ลิตรขึ้นไปค่ะ
  3. ผลิตภัณฑ์ที่มีไซเลี่ยมฮัสค์เป็นส่วนผสม ซึ่งแบรนด์นี้ใส่เยอะมาเป็นตัวแรกให้เลย ซึ่งในทางธรรมชาติบำบัด ตัวนี้จัดเป็นตัวที่ดีค่ะในการแก้ปัญหาเรื่องการขับถ่ายและลดน้ำหนัก แต่หากดื่มน้ำน้อย อาจทำให้ไม่ได้ผลดีตามที่แบรนด์เคลมไว้ สำคัญคือ น้ำ น้ำ น้ำ และน้ำนะคะ ในคนเป็นสิวและมีปัญหาผิวแพ้ง่าย คือ มักจะไฟเยอะ น้ำน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คือ ขาดน้ำ ดังนั้น ถ้าจะทานผลิตภัณฑ์นี้ คุณต้องเน้นดื่มน้ำให้มาก ๆ ค่ะ
  4. ระหว่างที่กินผลิตภัณฑ์นี้ จะทำให้ลำไส้สะอาดขึ้น พลังงานหมุนเวียนในร่างกายมากขึ้น จะส่งผลให้คนที่มีพิษสะสมในร่างกาย ไม่ว่าจากยา สารเคมี ที่เคยได้รับมาก่อนทุกช่องทาง จะทยอยถูกร่างกายผลักออกมาสู่กระแสเลือดนะคะ (พิษสะสมในเซลล์ไขมัน เมื่อเราเริ่มดูแลตัวเอง งดกินไขมัน น้ำตาล อาหาร GI สูง ๆ และมีการล้างพิษ เซลล์ไขมันที่สะสมที่หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน และที่ต่าง ๆ จะถูกทำลายและปลดปล่อยพิษที่เก็บไว้มานานออกมาสู่เลือดค่ะ นี่คือภาวะ healing crisis เป็นระยะขับพิษที่สำคัญที่คุณต้องผ่านไปให้ได้นั่นเอง ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เป็นสิว จะไม่มีสิวขับพิษค่ะ แต่อาจมีอาการอื่น ๆ เช่น ปวดหัว คันตามผิวหนัง ปวดเอว ซึ่งแต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันไปค่ะ ซึ่งควรหายได้เองใน 14 วัน หากเราไม่รับพิษใหม่เพิ่มไปและดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี กินเฉพาะอาหารที่ดีต่อร่างกายค่ะ
  5. ระหว่างที่กินผลิตภัณฑ์นี้ ควรปรับเรื่องอาหารด้วย จะทำให้อาการขับพิษต่าง ๆ หายเร็วขึ้นค่ะ อาการควรเปลี่ยนมากินอาหารย่อยง่ายและงดอาหาร 10 อย่างที่พูดถึงไว้ในคลิปนี้ค่ะ "คุยให้ฟัง อาหารก่อสิว 10 อย่างมีอะไรบ้าง" https://youtu.be/4o4T2dyHYXs และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารตามที่เขียนไว้ในหนังสือ "อาหารเปลี่ยนสิว" ค่ะ และงดการกินอาหารเสริมและสมุนไพรอื่น ๆ ไปก่อนค่ะ หากต้องกินยา ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ถ้ากินได้ ให้กินห่างจากยา 4 ชั่วโมงค่ะ โดยผลิตภัณฑ์นี้ให้กินก่อนนอนเท่านั้นค่ะ
  6. ถ้าต้องการให้เห็นผลด้านการขับถ่าย ขับพิษ และสิวขับพิษที่ลดลงเร็ว ควรออกกำลังกายทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 30 นาที (รู้สึกหัวใจเต้น เหงื่อออก หายเครียด) และอบตัวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  7. ควรปรับการใช้ skincare ให้เป็นกลุ่มที่เป็นมิตรต่อผิว ปลอดสารระคายเคืองและสารเคมีที่อาจเป็นพิษต่อสุขภาพ เช่น กลุ่มสารกันเสียต่าง ๆ และดูแลผิวตามอาการ อย่าไปเครียด อย่าไปกด อย่าไปแกะแบบรุนแรง ถ้าจะทำ ควรมีวิธีที่สะอาด ปลอดภัย และถูกต้องตามหลักอนามัยค่ะ หรือให้ผู้ที่เชี่ยวชาญช่วยทำให้ จะได้หลีกเลี่ยงแผลเป็นที่จะเกิดจากการปฏิบัติต่อผิวด้วยความรุนแรงด้วยค่ะ เพราะสิวจากภายใน มันจะหายก็ต่อเมื่อภายในสงบค่ะ ถึงจะบีบ เค้น แกะ จนหมดหนอง แต่ถ้าข้างในยังไม่โอเค มันจะขึ้นมาใหม่ค่ะ ดังนั้น อ่อนโยนและดูแลตามอาการ ทำใจร่ม ๆ ดูการเกิดดับของมันดีกว่านะคะ ถ้ามันยังไม่ยุบ แสดงว่าเรายังช่วยร่างกายไม่มากพอในการขับพิษที่ออกมาในกระแสเลือดค่ะ ก็ต้องช่วยเขามากขึ้น ไม่รับพิษใหม่ เข้าสู่สายคลีนค่ะ

วิธีใช้

  1. ผสม 1 ซองต่อน้ำ 250 มล. จะคนหรือเขย่า ก็ได้หมดค่ะ เพราะละลายง่ายพอสมควร ควรใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ใช้น้ำเย็นหรือร้อนค่ะ (สำหรับคนมีปัญหาผิว ระบบย่อยไม่ค่อยดีอยู่แล้ว น้ำเย็นยิ่งทำลายไฟย่อยค่ะ งดไปเลย)
  2. ดื่มให้หมดรวดเดียว
  3. ดีที่สุดควรดื่มช่วง 3-4 ทุ่ม ดื่มเสร็จแล้วนอนเลย เพราะมันจะได้ไปเสริมกับนาฬิกาชีวิตช่วงซ่อมและล้างพิษของร่างกายช่วงกลางคืนถึงเช้าพอดีค่ะ จะได้ขับถ่ายได้ตอนเช้าก่อนไปทำงานพอดีด้วย
  4. ทาน 7 วันต่อเนื่องก็พอค่ะ (หมดกล่อง) แล้วหลังจากนั้น ปรับอาหารและพฤติกรรมเอาเองค่ะ อันนี้คือคำแนะนำในฐานะที่ปรึกษานะคะ คือ ใช้แค่ช่วยในตอนแรกให้มันออกไปเยอะ ๆ หลังจากนั้น เราพยายามปรับสุขภาพลำไส้เองค่ะ ตามสูตรในหนังสือที่แนะนำไปเลย

ราคาเท่าไหร่?

กล่องละ 390 บาทเท่านั้นค่ะ สำหรับ 7 ซอง และ แบรนด์มีโปรฯ ตามนี้เลยค่ะ


ซื้อที่ไหน?

มีจำหน่ายที่วัตสัน และ ร้าน EVEandBoy ค่ะ และบีมก็นำมาจำหน่ายที่ร้าน www.beamsecret.com ด้วย เพราะเห็นความจำเป็นแล้วว่า ลูกค้าต้องใช้ในช่วงแรกค่ะ หรือ ช่วงที่ร่างกายรับพิษหนักและขับของเสียเองไม่ทัน หรือ มีการเดินทาง ไม่สะดวกเรื่องใช้อาหารในการล้างพิษ ซึ่งจำหน่ายราคาและโปรฯ ตามแบรนด์เลยค่ะ และบีมขอสงวนสิทธิ์ดูแลหลังการขายเฉพาะลูกค้าที่สั่งซื้อจากร้าน www.beamsecret.com เท่านั้นค่ะ


เหตุผลที่บีมตัดสินใจนำมาจำหน่ายทั้งที่เคยประกาศแล้วว่า จะจำหน่ายเฉพาะ skincare ที่ร้านนี้


ครึ่งปีที่ผ่านมา บีมได้เน้นให้ลูกค้าใช้แนวธรรมชาติล้วน ๆ ในการล้างพิษและปรับภายใน โดยไม่พูดถึงเรื่องอาหารเสริมเลย เพราะ เกรงว่าผู้ที่ไม่ได้ศึกษาวิธีการที่แนะนำอย่างครบถ้วน (เกี่ยวกับการรักษาสิวแนวธรรมชาติ) จะไปซื้ออาหารเสริมมาใช้ในทันที ซึ่งเมื่อก่อนนี้มีปัญหานี้อยู่บ่อย ๆ ค่ะ คือ กินแบบไม่เข้าใจ ทำให้เกิดสิวขับพิษและไม่ได้ผลตามต้องการ และก็ไม่ปรึกษาเราด้วย หลายคนก็หายไป ซึ่งบีมไม่อยากให้เกิดขึ้น เลยคิดว่า ตัดขั้นตอนนี้ออกไปก่อนดีกว่าค่ะ ... 

ประกอบกับหลายเดือนมานี้ หลายคนได้ทำแนวธรรมชาติมาหลายเดือนแล้ว หลายคนจริงจังและตั้งใจมาก ๆ  แต่ไม่เคยมีการล้างลำไส้มาก่อน บางท่านได้ไปพบคุณหมอด้านการล้างพิษ แล้วคุณหมอให้กินตัวปรับและล้างลำไส้ ทำให้สิวยุบหายไปเร็วมาก ทำให้ภาพวันเก่า ๆ ที่บีมเคยทำสเต็ปให้ลูกค้าเมื่อก่อน คือ ใช้ skincare ของร้านพร้อมปรับพฤติกรรมและกินตัวล้างลำไส้ไปด้วยต้ังแต่แรกเลย จะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่เร็วกว่า แม้จะต้องเจอช่วงขับพิษ แต่เขาก็จะกินกินจนครบเดือนและเห็นการดับไปของสิวขับพิษเองใน 30-45 วัน บีมก็เลยกลับมาทบทวนว่า อาจจะต้องนำสูตรนี้กลับมาใช้ และพบว่า ChuChuZa ก็ตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคา คุณภาพและความปลอดภัยค่ะ ซึ่งน่าจะช่วยให้ลูกค้าไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้แจ้งไปแล้วว่า ในมุมของการใช้อาหารเสริม บีมแนะนำให้ใช้เสริม คือ ไม่ให้ติด บีมยังเน้นให้ทุกคนฟื้นฟูพลังธรรมชาติในตัวกลับมา แต่การใช้อาหารเสริมช่วยช่วงแรก ๆ จะช่วยให้ร่างกายลดภาระเรื่องพิษได้เร็วขึ้น หลังจากนั้นเราก็ลดการใช้ลง ปรับส่วนอื่น ๆ จนร่างกายไม่ต้องใช้อีกต่อไป หรือนาน ๆ ทีใช้ ในช่วงที่เราอาจจะต้องการ "เสริม" จริง ๆ ค่ะ

จบการรีวิวและให้ข้อมูล ChuChuZa แล้วนะคะ
มีคำถามอะไรก็สอบถามใต้โพสต์นี้ได้เลยค่ะ
หรือจะสอบถามไปที่ inbox เพจร้านหรือ Line@ ร้านก็ได้ค่ะ

ขออวยพรให้ทุกคนสุขภาพดี ผิวแข็งแรง สมดังตั้งใจภายในปีนี้นะคะ

ด้วยรัก
บีม

เพจร้าน : http://m.me/siwsecretshop

#สูตรแก้สิวเรื้อรังสเต็ปง่ายได้ผลยั่งยืน

---
หนึ่งในคลิปที่แบรนด์ทำไว้นะคะ



Comments