Skip to main content

กินกาแฟดำ อาจทำให้ "สิวหายขาด"!!! (ตอนที่ 1) : ประสบการณ์ทดลองกินกาแฟและผลลัพธ์ที่เวิร์คจริง


วันแรกที่ตัดสินใจทดลองดื่มกาแฟ คือ 28 ม.ค. 62
อ่านโพสต์แรกเรื่องกาแฟนี้ต่อให้จบ
คลิก http://bit.ly/coffeeexperiment
ก่อนจะลงข้อมูลเชิงวิชาการ บีมขอเชื่อมไปที่จุดแรกของการเริ่มดื่มกาแฟก่อนค่ะ

นี่คือ บทความแรกที่บีมบันทึกลงในเพจ

พอดีช่วงนี้เกิดตกผลึก 💎 เรื่อง "สุขภาพตับกับคุณภาพผิว" เลยไปหาข้อมูลซะหน่อยว่าอาหารอะไรทำให้ "ตับแข็งแรง" บ้าง ไปเจอข้อมูลที่น่าเชื่อถือระดับหนึ่งมา ในบทความชื่อว่า 11 Foods That Are Good for Your Liver http://bit.ly/2UlBtWB
☕️กาแฟมาอันดับ 1 เลยทีเดียว ซึ่งบทความในเว็บนี้จะมีหลักฐานบนงานวิจัย กล่าวว่า มีงานวิจัยที่บอกว่า กาแฟช่วยลดความเสี่ยงการเป็นตับแข็ง http://bit.ly/2Rhkzqkหรือผู้ที่ตับเสียหายถาวร สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับชนิดเรื้อรัง (คนเป็นสิวเรื้อรังส่วนใหญ่ คือ คนที่ตับเสียจากยาและสารเคมี และการกินอาหารกลุ่มไขมันเลว น้ำตาล มากๆ มากมาก่อน)
และการดื่มกาแฟยังอาจช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ และช่วยต้านการเกิดโรคและการอักเสบในตับ
ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตในคนที่ป่วยเป็นโรคตับเรื้อรัง ซึ่งเห็นประโยชน์ชัดที่สุดในผู้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย 3 แก้วต่อวัน
หลัก ๆ แล้ว คงจะเป็นเพราะกาแฟช่วยป้องกันการสะสมของไขมันและคอลลาเจนในตับ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลัก ๆ ของโรคตับ
กาแฟยังสามารถลดการอักเสบและเพิ่มระดับของกลูต้าไธโอนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญในตับ (ต้านพิษให้ตัวตับเอง - บีม) สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยทำลายความเป็นพิษของอนุมูลอิสระ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกายและมันสามารถทำลายเซลล์ได้
---
จากบทความนี้ประกอบกับที่สังเกตพี่แม็ค (สามีตัวเอง) ไม่เป็นสิวเลย แถมเหมือนคนสุขภาพแข็งแรงตลอดเวลา เพราะเขากินกาแฟเป็นประจำทุกวัน และจากวิธีล้างพิษตับด้วยการสวนด้วยกาแฟที่เคยทำมานานแล้วได้ผลดีจริง (ก่อนคิดจะไปทำ กรุณาเข้ากลุ่มเฟส https://www.facebook.com/groups/AcneRevolutionTH/ ไปฟังคลิปรีวิวก่อนนะคะ เข้าฟรีได้ถึงสิ้นเดือนนี้ เพราะมันมีช่วงขับพิษแรง ๆ ก่อนแน่นอนสำหรับคนพึ่งเริ่มทำใหม่ๆ)
เลยคิดว่า ต้องลองดูสักตั้ง จะทดลองกินไประยะหนึ่งว่าเป็นยังไง จากคนที่ #ไม่นิยมการกินกาแฟ เพราะเชื่อว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ วันนี้เปิดใจ ลองดู
ไปหยิบเอาซองกาแฟสำเร็จ เป็นกาแฟเพียว ๆ ของแบรนด์ Starbucks (ไม่ได้รับค่าโฆษณาแต่พี่แม็คเป็นแฟนของแบรนด์นี้ ได้บัตรทองมาเรียบร้อย) ไม่ผสมอะไรเลย ซึ่งพี่แม็คซื้อมาไว้ติดบ้าน เอามาใส่น้ำร้อน ค่อย ๆ จิบดื่มตอนทำงานเช้านี้ (ตื่นตี 4 กว่า ดื่มน้ำอุ่นตามปกติไปแล้ว เข้าห้องน้ำไปแล้ว) พบว่า
- อาการหวัดดีขึ้น น้ำมูกหยุดไหลภายใน 1 ชั่วโมง
- หัวใจเต้นแรงนิด ๆ ไม่มาก รับได้
- สมองแจ่มใสขึ้น
- ร่างกายอุ่นขึ้น (อาจเป็นเพราะความร้อนของน้ำอยู่แล้ว แต่กาแฟมีฤทธิ์ร้อน ก็อาจช่วยจุดนี้)
- รู้สึกปากอิ่มน้ำ ไม่แห้งขาดน้ำ (อันนี้ไม่รู้ว่าเพราะกาแฟหรือเพราะดื่มน้ำไปเพียงพอแล้ว หรือเพราะกินน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะไปแล้วเมื่อเช้า แต่เอาเป็นว่า ร่างกายไม่ร้อนเกินไปจนปากแห้ง แต่ต้องดูกันต่อไป ถ้าทดลองดื่มสัก 7 วัน)

---
สรุปว่า เบื้องต้นคือ รู้สึกดี แต่ต้องทดลองต่อเนื่อง
แต่สำหรับคนที่เป็นสิวอักเสบเยอะ ๆ อยู่หรือร่างกายขาดน้ำหนัก ๆ ผิวแห้งกร้าน ให้งดกาแฟไปก่อนนะคะ เพราะโดยตัวเขาเองทำให้ร้อนขึ้น ปรับสมดุลด้วยการดื่มน้ำอุ่นธรรมดาอย่างเดียวไปก่อน หรือดื่มน้ำอุ่นผสมย่านางถอนพิษร้อนจนกว่าจะหาย แล้วค่อยกลับมาดื่มกาแฟดำไม่ผสมอะไรเลย น่าจะพอได้ค่ะ ปริมาณที่ดื่มต่อวัน แนะนำให้เริ่มจาก 1 แก้วดูก่อน (ถ้ากลับมาเริ่มใหม่)
ขอบีมทดลองก่อน ไว้ได้ผลอย่างไร จะมาอัพเดทให้เป็นระยะ ๆ ค่ะ (ถ้าตกผลึกแล้วถึงจะมาอัพเดทนะคะ ถ้ายังไม่ตกผลึก จะยังไม่อัพเดทให้ค่ะ อย่างไรก็รอติดตามได้ กด Like และกดติดตามไว้ได้เลยค่ะ)

---

หลังจากวันนั้น บีมก็ทดลองดื่มกาแฟทุกวัน วันละ 1-3 แก้ว จริง ๆ แล้วกะดื่มวันละ 3 แก้ว แต่ว่าทำงานแล้วลืมดื่มระหว่างวันบ้าง ทำให้ไม่ครบ 3 แก้วทุกวัน แต่อย่างน้อยได้วันละ 1 แก้วเป็นพื้นฐาน โดยดื่มในช่วงเช้าค่ะ หลังเข้าห้องน้ำขับถ่ายทุกอย่างออกหมดแล้ว

กาแฟที่ดื่ม บีมเริ่มต้นด้วยกาแฟสตาร์บัคแบบซอง (ที่เห็นในภาพแรกเลย) เพราะ อยากดื่มทันทีหลังอ่านบทความเกี่ยวกับกาแฟและตับใน google จบ ปกติสามีดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เลยคิดว่าคงจะมีในครัวบ้างล่ะน่ะ เลยไปคุ้ยหาเลยทันทีตอนเช้ามืด

สรุปว่าเจอซองนี้แหละ มีอยู่ 3 ซอง เอามาฉีกผสมน้ำร้อนกันเลย และเริ่ม!!!

ผลลัพธ์ก็ตามที่รายงานไปแล้วนั่นล่ะค่ะ ก็รู้สึกดี เลยคิดว่าดื่มต่อเลย จะได้รู้ดำรู้แดงว่ามันช่วยจริงไหม? (เป็นคนชอบพิสูจน์ความจริงค่ะ)

บีมไม่ได้บันทึกไว้ทุกวัน แต่จะเขียนลักษณะของ "การตกผลึกความรู้และประสบการณ์" สำคัญ​ๆ ที่รู้สึกว่า การดื่มกาแฟดำมันช่วยเรื่องสิวจริง ๆ ให้อ่านนะคะ ซึ่งถ้านับเวลาแล้ว จาก 28 ม.ค. - วันนี้คือ 19 ก.พ. 2561 รวมแล้วคือ 23 วันนะคะที่ได้ทำการทดลองมา

จุดที่ตกผลึกสำคัญ ๆ 

ก่อนที่จะเดินทางไปมาเลเซียระหว่างวันที่ 4 - 12 ก.พ. สิ่งที่บีมรู้สึก ก็คือ ช่วงแรก ๆ ของการดื่มเหมือนจะมีอาการขับพิษเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิวแนวหลังคอ หลังหู หว่างคิ้ว และขมับ นิดหน่อย แต่รู้สึกว่าสิวจากการกินอาหารและความเครียดบริเวณกรามและคาง และสิวที่บริเวณบ่าไหล่จะไม่ค่อยมี เหมือนแห้ง ๆ ไป เหมือนไม่ขึ้น เหมือนผิวปกติ เหมือนไม่มีน้ำมันส่วนเกิน เหมือนไม่มีอะไรอักเสบ คือ ปกติถ้าเรามักจะเป็นสิวตรงไหนซ้ำ ๆ เราจะรู้สึกว่าผิวส่วนนั้นเหมือนมันพร้อมจะมีสิวปะทุออกมาถ้าเราดูแลตัวเองไม่ค่อยดีช่วงนั้น หรือ เราอาจจะต้องไปกินอาหารที่อาจจะทำให้เรามีปัญหา เพราะ ต้องกินเพื่อเข้าสังคม (ในสายงานเซลล์จะมีส่วนนี้เยอะ) ต้องเดินทางไกล การเลือกอาหารลำบาก นอนไม่พอ เป็นต้น แต่พอได้ดื่มกาแฟดำมาสัก 3-4 วัน รู้สึกได้เลยว่า เหมือนผิวจะเป็นผิวปกติแบบคนไม่เป็นสิวเขาเป็นกัน โดยไม่คาดหวัง ไม่เรียกร้อง มันเป็นของมันเองค่ะ

พอเดินทางไปมาเลเซีย รู้กันอยู่ว่าช่วงเดินทางก็...ทำให้ร่างกายแปรปรวนพอสมควรค่ะ แต่โชคดีที่ทุกที่มันมีร้านกาแฟ 55+ ขอบคุณที่เกิดมาเป็นดอกเห็ดนะคะ ไปสนามบินก็ไปดื่มกาแฟที่ร้านสนามบิน เลือกเอาแบรนด์ที่เรารู้จักเช่น Black Canyon เป็นต้น อันไม่รู้จัก เราก็ไม่ดื่มก่อนค่ะ ไม่ใช่ว่าติดแบรนด์ แต่อย่างน้อยการที่เป็นแบรนด์ใหญ่ มันก็ย่อมต้องมีมาตรฐานระดับหนึ่ง (เชื่อแบบนั้น) เอาปลอดภัยไว้ก่อน...ลูกยังเล็ก 55+

การที่ได้ดื่มกาแฟไปหลายวันก่อนหน้า (อ้อลืมบอกค่ะ ช่วงที่ทดลองอาหารอะไรเป็นพิเศษ จะไม่กินอาหารเสริมอะไรเลยค่ะ ไม่กินสมุนไพรอะไรด้วย คือ กินอาหารปกติที่เราคัดมาแล้วว่าดีต่อสุขภาพค่ะ) ทำให้เหมือนมีต้นทุนให้ร่างกายแข็งแรงและไม่ค่อยเป็นสิวตอนที่ไปอยู่มาเลเซีย ซึ่งเป็นการเดินทางด่วนค่ะ เพราะ เป็นการไปร่วมพิธีศพคุณแม่สามี คือ ด่วนมากจริง ๆ เลยไม่ทันเตรียมอะไรเลย โชคดีที่ดื่มกาแฟไปแล้ว...

อาหารของที่ทางบ้านพี่แม็ค จะเป็นอาหารมาเลย์ จีน ไทย ผสม ๆ กันค่ะ เรารู้กันอยู่แล้วว่า อาหารมาเลย์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมเป็นแป้งเชิงเดี่ยว (GI สูง) และเป็นของทอดเสียเป็นส่วนใหญ่ คือ แป้งกับมันค่ะ ส่วนของจีน บีมจะชอบเป็นบะหมี่น้ำและติ่มซำ บีมไม่กินพวกเนื้อสัตว์อยู่แล้วค่ะ เป็ดย่าง หมูหัน คือไม่ได้กิน) แต่จะกินพวกกุ้งได้ ปลาได้ ส่วนอาหารไทยที่นู่น จัดว่าดีต่อสุขภาพ มีขมิ้นในน้ำแกง ส่วนผสมเป็นอาหารสด (ไม่ผ่านกระบวนการ) และมีเครื่องเทศ ผักสด เยอะอยู่ค่ะ บีมก็เลือกกินพวกนี้แหละเป็นหลัก 

ซึ่งด้วยความเพลียจากการเดินทางไกล และการที่ได้พักผ่อนไม่เต็มที่เหมือนอยู่บ้านปกติ มีกิจกรรมต้องทำมาก ประกอบกับอากาศที่ร้อนมาก ร่างเพลียมาก ๆ ค่ะ ทำงานอะไรไม่ได้เลย จะหลับอย่างเดียว (หลับจริงไรจริง หลับเกือบทั้งวัน) คือ ทั้งส่วนของอาหาร อากาศ และความเพลีย ปกติแล้วจะทำให้บีมมีสิวขึ้นในช่วงที่ไปอยู่บ้านพี่แม็ค ซึ่งก็จะเป็นแนวขมับ กราม คาง หลังคอ หน้าหู (มันเกิดจากร่างกายมีพิษสะสมค่ะ ตับดีท็อกซ์ได้ไม่ดี ทำให้ไตกำจัดออกไม่ทันเหมือนกัน ก็เลยขึ้นประมาณนี้ ถ้ามีมากไป ก็จะไปที่บ่า ไหล่ อก หลังด้วย) 

แต่...รอบนี้ เหมือนต้นทุนมาดี ... สิวแทบไม่มีเลยค่ะ อันนี้คือ เล่าให้สามีฟังด้วยความตื่นเต้นเลยว่า เฮ้ย...นี่เพราะดื่มกาแฟดำแน่ ๆ ก่อนที่จะมา (นางก็ดีใจสิคะ เพราะนางจะมีเพื่อนดื่มแล้ว ปกติภรรยาไม่ดื่มกาแฟเลย นางคุยด้วยไม่รู้เรื่อง ตอนนี้ไปเล่าให้คนอื่นที่เป็นสิวฟังว่า กินกาแฟดำละสิวหายหน้าใสนะ ดูภรรยาฉันสิ ตอนนี้ดื่มมากกว่าฉันซะอีก 55+)

ตอนที่อยู่ที่บ้านสามี 2 วัน ไม่มีกาแฟกินค่ะ เพราะ ตอนแรกคิดว่ามาถึงจะได้ไปซื้อของเข้าไปด้วย แต่ไม่ได้ซื้อเพราะไปถึงค่ำแล้ว แต่มีตัวดีท็อกซ์แบบซองที่พกไปด้วย เพราะรู้ว่าต้องใช้ (ทุกครั้งที่เดินทางระบบย่อยและขับถ่ายเราจะอ่อนแอค่ะ บีมจำเป็นต้องใช้ค่ะ) ก็ได้กิน 1 คืน เพราะ วันถัดไปจะได้พักอยู่บ้านถึงเที่ยง ก็เพียงพอให้เราจัดการเข้าห้องน้ำได้ (ถ้าเดินทางหรือมีกิจกรรม จะไม่กินค่ะ) พอวันที่ 3 ถึงได้เร่ิมดื่มกาแฟ เพราะได้เดินทางไปปีนัง (สามีไปต่อวีซ่าที่สถานกงศุลไทยที่นู่น) ก็ได้ดื่มกาแฟของร้านที่มาเลย์ค่ะ ดื่มแบรนด์นี้ค่ะ https://www.facebook.com/CostaCoffeeMalaysia/ พี่แม็คบอกว่า มันดี เป็นของอังกฤษ เราก็กล้ากินค่ะ แล้วรสชาติดีด้วย 

ภาพจากเฟส Costa Coffee Malaysia

พอไปถึงปีนัง ก็ไปจัดกาแฟกันในห้าง บีมจำไม่ได้แล้วว่า ไปดื่มของอะไรบ้าง แต่คือ ตั้งแต่ช่วงไปมาเลย์และเดินทาง บีมก็จะทดลองดื่มไปเรื่อย ๆ ค่ะ คือ ไม่ได้ยึดติดว่าต้องสตาร์บัค เพราะมันคงหาไม่ได้ทุกที่ แต่บีมไม่ดื่มของแบรนด์ A ไม่มีเหตุผลค่ะ แค่รู้สึกว่าไม่อยากดื่มเท่านั้นเอง และจากการได้ทดลองดื่มของหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ แบรนด์ช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้ว่า "กาแฟเหมือนกัน ยังไม่เหมือนกันเลย" ทั้งรสชาติและผลลัพธ์

ทดลองดื่มกาแฟดำสไตล์ญี่ปุ่นที่ร้านเบเชกู  ร้านกาแฟดังของเชียงรายค่ะ

กลับจากปีนัง ก็ไปที่ห้างใหญ่ในเมืองที่พี่แม็คอยู่ค่ะ เขามีสตาร์บัค เลยซื้อแบบ Ready Brew มันไม่มี Italian Roast แบบที่เราเคยกิน มีอีกรสชาติค่ะ ก็ซื้อมาแบบ 3 ซอง กะว่ากินวันละซองตอนเช้าก็พอ เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับแล้ว พอได้ดื่มกาแฟ ร่างกายก็โอเคขึ้นค่ะ หลายคนคงสงสัยว่า มันติดไหม คือ มันไม่ใช่ติดค่ะ มันก็เหมือนกับเราได้ดื่มน้ำปั่นผักผลไม้ อาหารดี ๆ กินแล้ว ร่างกายมันดี ก็เท่านั้นเองค่ะ และไม่เกี่ยวกับว่ากินกาแฟนอนไม่หลับ เพราะ บีมเคยดื่มกาแฟช่วงเย็น ๆ ถึง 4 ทุ่ม ก็หลับอยู่ดี...ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะนาฬิกาชีวิตรวนมากกว่าค่ะ...ไม่เกี่ยวกับกาแฟหรอก หรือ อีกอย่างคือ ใส่น้ำตาลกับนมข้นหวานในกาแฟเยอะมากกว่า ที่ทำให้เป็นแบบนั้น...กาแฟเฉย ๆ ไม่ได้แย่นะคะ...ส่วนการติดกาแฟ จริง ๆ คือไม่ใช่ ติดน้ำตาลในกาแฟมากกว่าค่ะ อันนั้นส่งผลต่อร่างกายรุนแรง ไว้ค่อยมาคุยเรื่องนี้ต่อในโพสต์หน้า ๆ นะคะ

การดื่มผิดวิธี ก็ส่งผลแย่เหมือนกันค่ะ 

คือ วันกลับมาที่สนามบินหาดใหญ่ ไม่มีสตาร์บัค แต่มี Black Canyon และไปสั่งกาแฟดำมาละ แต่พอมานั่งดูเมนูต่อ ก็อยากลอง Espresso เฉยเลย เพราะถามสามีว่ามันคืออะไร เขาบอกว่า มันคั้นจากเมล็ดสด ๆ เลยไม่ผสมน้ำหรืออะไรเลย ด้วยความชอบทดลอง เลยสั่งมาลอง โอ้โห...ไม่ไหวค่ะ แรงเกิ๊นนน... 

และสามีก็ดันดื่มกาแฟดำไม่หมด (คือ พอเราสั่ง Espresso มา นางบอกว่าจะดื่มตัวกาแฟดำเอง) เขาไม่ชอบรสชาติ เลยไม่หมด เราก็เสียดาย หลัง Espresso หมดแก้ว สักพัก ก็มาจัดกาแฟดำจนหมดด้วยความเสียดาย) ผล คือ Alert ผิดปกติ มือสั่นอีกต่างหาก แม่เจ้า...ต้องดื่มน้ำเข้าไปไล่เยอะพอสมควร ผลคือ ทำให้ปัสสาวะบ่อยมากกก และจากที่ไม่เคยต้องเข้าห้องน้ำบนเครื่องบินเลย รอบนี้ไม่ไหวจริง ๆ เพราะถ้าไม่ดื่มน้ำเปล่าไล่กาแฟออก จะมือสั่นและ Alert เกินเหตุ พอดื่มน้ำ ก็ต้องเข้าห้องน้ำมากกว่าปกติอีก แต่เลือกเอาอย่างหลังดีกว่าค่ะ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่กลับมาแล้วลูกร้องหาแค่นั้นเอง (T_T)

ทดสอบพลังตับ

พวกชอบทดลองอย่างบีม จะเอาให้รู้จริง พอบีมรู้สึกว่าตับแข็งแรง ไม่เป็นสิวง่ายแล้ว บีมเลยลองเพิ่มสเต็ปการทดลอง โดยลองกินอาหารผัด ทอด เนื้อสัตว์ ที่ปกติตัวเองไม่กินค่ะ หรือกินแล้วสิวจะขึ้น สรุปว่า...สิวไม่ค่อยขึ้นเยอะ แต่ขึ้นนะคะ คือ มีที่หว่างคิ้ว กราม คอ อก หลังจากที่เรากินพวกนี้ คือ ยังขึ้นค่ะ ซึ่งตรงกับผลการวิจัยของหลาย ๆ สำนักว่า การกินกาแฟนั้นดีต่อตับแน่นอน แต่...มันจะได้ผลชัดเจนถ้าคนคนนั้นหรือผู้ป่วยคนนั้นดูแลสุขภาพและเลือกแต่ Healthy Choices ให้ตัวเองค่ะ ซึ่งจะไม่ค่อยได้ผลกับกลุ่มที่ยังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ หรือ กินมัน กินหวาน และไม่ออกกำลังกายอยู่ค่ะ

สรุปประเด็นให้นะคะสำหรับโพสต์นี้ ที่เน้นการเล่าผลการทดลองให้ค่ะ

  1. การดื่มกาแฟดำ ทำให้สิวหายจริง ๆ และมีโอกาสขึ้นกลับมายากกว่าปกติ
  2. ช่วงแรก ๆ ที่ปรับตัว อาจมีสิวขับพิษขึ้นบ้าง แต่ให้สังเกตสุขภาพโดยรวมนะคะ ว่าตัวเองมีพลังและความสดชื่นเพิ่มแค่ไหน
  3. การดื่มกาแฟดำ ทำให้สุขภาพดีขึ้นจริงในหลาย ๆ ทาง (คงเพราะทำให้ตับที่เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดของร่างกายแข็งแรงขึ้นจริง)
  4. การดื่มกาแฟดำ ทำให้หน้าใส ความมันลดลงจริง 
  5. ต้องกาแฟดำแบบอุ่น ๆ และไม่ผสมอะไรเลยเท่านั้นที่จะทำได้
  6. จะดื่มกาแฟให้สิวหาย ต้องดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
  7. การดื่มกาแฟไม่ได้ทำให้ร่างกายร้อนขึ้นเหมือนอย่างที่บีมเข้าใจแต่แรก แม้มันจะเป็นอาหารจัดอยู่ในฤทธิ์ร้อนตามแนวคุณหมอเขียว แต่จากการทดลองของบีม มันไม่ได้ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น แต่มันทำให้ขับปัสสาวะและขับความร้อนออกมามากขึ้น (อันนี้ต้องศึกษาต่อค่ะ แต่ไม่ได้ทำให้ร้อนขึ้นแน่นอน) ดังนั้น คนที่เป็นสิวอักเสบ บีมว่าดื่มได้เลยนะคะ (ข้อมูลต่างจากโพสต์แรกที่บีมเขียนในการทดลองเรื่องกาแฟ)
  8. กาแฟไม่ได้ทำให้นอนไม่หลับ เพราะบีมก็หลับปกติแม้จะดื่มช่วงเย็น หรือ 2-3 แก้วต่อวันค่ะ อาการไม่โอเคต่าง ๆ ถ้าไม่ได้เกิดจากแพ้คาเฟอีนจริง ๆ เป็นเพราะส่วนผสมอื่นที่ไม่ดีต่อสุขภาพในกาแฟมากกว่า เช่น น้ำตาล ครีมเทียม นมข้นหวาน เป็นต้น
  9. ให้สังเกตตัวเองเป็นหลัก ต้องดื่มในปริมาณที่รู้สึกสบายเท่านั้น ถ้าใจสั่น มือสั่น อาจต้องกินแบบ Decaf (ไม่ผสมคาเฟอีน) และต้องดื่มน้ำอุ่นไล่ไปเยอะ ๆ ค่ะ 
  10. เวลาที่ควรดื่มเป็นหลัก ถ้าอิงตามแนวอายุรเวทคือ ต้องเป็นตอนเช้าก่อน 10 โมงค่ะ เพราะ มันจะช่วยขับน้ำและความหนัก (คัพพะ) ทำให้เราสดชื่น มีพลัง และพร้อมสำหรับการทำงาน ส่วนตัวบีมจะเลือกดื่มหลังจากดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วตอนเช้าและขับถ่ายหนักเบาเสร็จแล้วค่ะ
  11. จะกินแบรนด์ไหนก็ได้ ขอให้กินแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพ (สังเกตเอง) ก็พอค่ะ ร่างกายจะบอกเราเอง
โพสต์ในเฟสส่วนตัว ที่บอกขอบคุณสามีที่ทิ้งกาแฟ 3 ซองไว้ในลิ้นชักครัววันนั้นค่ะ :)
โพสต์หน้า บีมจะมาสรุปบทความของต่างประเทศให้นะคะ เรื่องการทำงานของกาแฟที่ส่งผลดีต่อตับ ว่าน่าจะเป็นเพราะตัวไหนและช่วยเรื่องอะไรบ้างค่ะ ใครอยากรู้ ก็ไปอ่านในลิงค์ที่แนบมาด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง รอโพสต์หน้านะคะ โพสต์นี้ อ่านแล้วไปลองทานกันดูค่ะ แต่ต้องระวังในคนที่แพ้กาแฟ ซึ่งกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจจะไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ค่ะ
  1. เด็กและวัยรุ่น
  2. แม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  3. ผู้สูงอายุ
  4. ผู้ที่มีปัญหาความดันสูงหรือโรคหัวใจ
อย่างไรก็ควรจะเช็คข้อห้ามของการดื่มก่อนนะคะ และสังเกตตัวเองอีกทีว่าดื่มแล้ว สบายหรือไม่สบายค่ะ ... มีแต่เราเท่านั้นที่รู้จักร่างกายเราเองดีค่ะ... :-) #หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง

---

ข้อมูลอ้างอิงเรื่องประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพ (มีงานวิจัยรองรับ)




Comments