Skip to main content

บันทึกคอร์ส GROUNDING YOUR SOUL 23-24 ก.พ. 2562 กับครูเก๋ วรารักษ์

บีมถ่ายกับครูเก๋หลังจบคอร์ส Grounding Your Soul กับกุหลาบพันปีค่ะ :)

วันนี้บีมจะมาเล่าให้ฟังค่ะ...ว่าบีมได้ไปผ่านอะไรมาบ้างในการเรียนกับครูเก๋ ถึงได้มีความชัดเจนกับชีวิตมากขึ้นขนาดนี้ สามารถตัดสินใจได้เด็ดขาดในสิ่งที่ค้างคามานานและมองเห็นทิศทางในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนและไปด้วยใจที่มั่นคงมากขึ้นมาก ๆ 

ก่อนที่จะเล่า บีมต้องบอกก่อนว่า ทุกกิจกรรม "มีวิทยาศาสตร์รองรับ" และ "เป็นองค์ความรู้ระดับสากล" ที่ยอมรับกันทั่วโลกในวงการบำบัดด้วยศาสตร์แพทย์ทางเลือก (คือแนวไม่ใช้ยา ไม่ผ่าและตัดอะไรทิ้ง) และด้วยครูเก๋ป่วยมาหนักมากจริง ๆ ทำให้ศึกษาและทดลองแพทย์ทางเลือกครบทุกศาสตร์ และรักษาจนตัวเองกลับมาหายดี พลิกชีวิตจากผู้ป่วยมาเป็นครูโยคะหัวเราะและนักบำบัด สะสมประสบการณ์บำบัดมากมายจนมีทักษะในการสร้างพลัง ฟื้นฟูพลังชีวิต "ซ่อมราก" ของผู้คนมานับไม่ถ้วน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีสุขและมีพลัง มีทิศทาง เป็นดอกไม้ที่เบ่งบานและสวยงามในแบบฉบับของตัวเอง ทุกสิ่งที่ครูเก๋จัดในคอร์ส จะเกิดขึ้นแบบสด ๆ ตามโจทย์ชีวิตและระดับพลังงานของคนในคลาส ซ่อมชีวิตต่อชีวิตค่ะ เป็นวิชาเฉพาะตัวที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เกิดจากการตกผลึกโดยแท้จริง และจะทำให้เรารู้จักตัวเองผ่านทุกกิจกรรมค่ะ รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ กลับไปทำต่อเอง เป็น self-healing technique ค่ะ คือ ครูไม่ได้หวงวิชาอะไรเลย แต่ครูจะบอกว่า อันไหนที่เอาไปทำได้เองเลย อันไหนที่ควรมาเรียนให้คล่องก่อนค่ะ

คุณวู้ดดี้ก็เคยมาเข้าคอร์สค่ะ

ครูเก๋เคยขึ้นเวที TED มาแล้วด้วยค่ะ


ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่บีมมาพบครูเก๋ค่ะ แต่ครั้งนี้ตั้งใจมาเรียนรู้โดยเฉพาะ ตั้งใจไว้ว่า จะมาเรียนคอร์สนี้เพื่อนำวิชาความรู้มาสอนต่อให้กับแฟนเพจ หรือ ดูว่าคอร์สนี้เขาทำอะไรบ้างเพราะมีแฟนเพจเคยมาก่อนบีมซะอีก แล้วเขาก็เกิดใหม่ไปแล้วเรียบร้อย...ซึ่งเป็นแฟนเพจที่เคยมาร่วม workshop คอร์สที่บีมจัดปีที่แล้ว ซึ่งเราได้เห็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านของเขาที่งดงามค่ะ จึงแปลกใจว่า เขามาทำอะไรที่คอร์สครูเก๋บ้าง จึงสามารถพลิกตัวเองได้เร็วขนาดนั้น...ซึ่งแน่นอนว่า มันจะเกี่ยวกับพัฒนาการเรื่องสิวที่เกี่ยวกับสุขภาพด้วยค่ะ

ต้องขอบคุณแฟนเพจท่านนั้นจริง ๆ ค่ะ ที่ทำให้บีมเกิดความอยากรู้อยากเห็น และตัดสินใจพักงานช่วงเสาร์อาทิตย์ ซึ่งปกติจะไม่คิดพักเลย แล้วตั้งใจมาเรียนแบบเต็มที่เลย

คอร์สนี้ เรียนกันที่บ้านคีตา ซึ่งเป็นบ้านที่ครูเก๋อยู่ด้วยและ ครอบครัวทำ Guest House ด้วยค่ะ ทำให้สะดวกในการพัก แม้จะเป็น Guest House ขนาดเล็ก แต่ห้องพักกว้าง สะอาดและสงบช่วงกลางคืนและตอนเช้ามาก ๆ ค่ะ เหมาะกับการเป็นที่ Retreat และพักผ่อนมาก ๆ เตียงก็นอนสบาย ที่นอนสบายมาก ๆ ทำให้การพักผ่อนมีคุณภาพมาก ๆ ค่ะ และบอกเลยว่า พลังงานที่นี่สะอาดและสงบจริง ๆ ซึ่งก็เป็นอะไรที่แปลก เพราะ สถานที่อยู่ในเมืองแต่เงียบสงบค่ะ อันนี้ต้องมาสัมผัสเอง

แม้บ้านบีมจะอยู่เชียงรายและอยู่ใกล้บ้านคีตามาก แต่เพื่อให้เสมือนถ้ามีแฟนเพจบีมได้มาจริง ๆ เขาจะต้องทำอะไรบ้าง บีมก็ทำตามนั้นเลยค่ะ ก็ตัดสินใจอยู่ที่นี่ไปเลย 1 คืน 

คอร์สนี้ จัด 1 วันครึ่งค่ะ บีมเข้ามาที่นี่ 9 โมงวันเสาร์ และ ออกประมาณบ่ายโมงของวันอาทิตย์ 

ภาพรวมของกิจกรรมทั้งหมดก็จะทำตามลำดับนี้ค่ะ

วันที่ 1
  1. ทำความรู้จักกัน 
  2. ระบายสี Mandala เพื่อเช็คสภาวะตัวเองก่อนเริ่มกิจกรรม
  3. กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย
  4. กิจกรรมการปลดปล่อยความเครียดฝังลึก Tention & Trauma Release ครั้งที่ 1
  5. โยคะนิทรา
วันที่ 2
  1. โยคะหัวเราะ
  2. กิจกรรมการปลดปล่อยความเครียดฝังลึก Tention & Trauma Release ครั้งที่ 2
  3. ระบายสี Mandala เพื่อเช็คสภาวะตัวเองหลังจบกิจกรรม
กิจกรรมเหมือนจะดูไม่เยอะ และ ตารางไม่แน่นค่ะ คือ เราจะเหมือนมาทำกิจกรรม กิน คุย นอน วน ๆ ไป แต่...มันมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ร่างกายและจิตใจทำงานหนักมากในกระบวนการซ่อมและระบายความตึงเครียด ซึ่งต้องใช้ร่วมกับกิจกรรมผ่อนคลายค่ะ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายระดับลึกมาก ซึ่งครูเก๋จะใช้อุปกรณ์ คริสตัล โบลว์ กลอง กระดิ่ง อันนี้ ครูเก๋จะหยิบจับมาสด ๆ ตอนนั้นเลย ตามระดับของพลังงานของคนในคลาสตอนนั้นเลยค่ะ คือ มันอาจจะไม่เหมือนกันทุกครั้ง อยู่ที่ว่าต้องซ่อมคนไหนยังไง อันนี้คือ tailor-made คนต่อคน แม้จะเรียนมากกว่า 1 คน ครูเก๋ก็จะจัดให้แต่ละคนแตกต่างกันค่ะ (ลองอ่านบันทึกรอบก่อนที่บีมลงไว้ค่ะ บีมไปกับพี่อีกคน ครูเก๋จะจัดให้ต่างกัน)

บีมจะอธิบายวัตถุประสงค์ของกิจกรรมแต่ละข้อนะคะ มันมีความสำคัญอย่างไรในกระบวนการบำบัด 

การระบายสี Mandala

ภาพแรกของบีมค่ะ ขอไม่บอกว่าคืออะไรนะคะ :)


กิจกรรมนี้ เราจะได้รู้จักตัวเองผ่านการระบายสี อันนี้บีมสนใจมากที่สุด ซึ่งเราจะได้เลือก 3 สีมาระบาย และ ระบายตามความรู้สึกของเรา ซึ่งบางคนก็จะพบว่า ตัวเองไม่สามารถจับ "ความรู้สึกหรือความต้องการ" ของตัวเองได้เลย เพราะ ปกติจะใช้ส่วนตรรกะมาก ไม่ได้ใช้ใจ คือ การทำกิจกรรมส่วนนี้ ให้ทำให้เสร็จก่อนค่ะ แล้วครูเก๋จะมาแปลผลให้ฟัง ซึ่งถ้าได้เรียนกันหลายคน จะทำให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้นผ่านการเรียนรู้การระบายสีของเพื่อน ๆ ในคลาสด้วยค่ะ พอดีบีมไปคนเดียว เลยไม่ได้เทียบกับใคร แต่บีมพอเข้าใจค่ะ เพราะ เราศึกษาแนวทางนี้มาอยู่แล้วพอสมควร และ ได้เคยเห็น Mandala ของแฟนเพจที่อัพเดทครูเก๋ค่ะ (ต้องขอบคุณน้องเขาจริง ๆ ที่ตั้งใจอัพเดทครูเก๋มาก ๆ ทำให้บีมได้อ่านและอยากรู้ไปด้วย) ก็เลยเข้าใจค่ะว่ามันทำงานยังไง

จากตรงนี้ ครูเก๋จะเห็นชัดเจนเลยค่ะว่า สภาวะของแต่ละคนเป็นอย่างไร มีความปรารถนา มีปัญหา มีความคาดหวัง ฯลฯ มีอะไร จะแสดงออกมาจาก Mandala และการบอกเล่าผลของแต่ละคน (ครูเก๋จะให้คนคนนั้นเล่าก่อนค่ะ ว่าเขาระบายอะไร อย่างไร ... แล้วค่อยเฉลยให้ฟัง) ซึ่งจากตรงนี้ จะช่วยให้ครูเก๋วางแผนการบำบัดได้ตรงจุดมากขึ้นประกอบกับข้อมูลที่ผู้เรียนได้เล่าให้ฟังมาก่อนหน้านี้

ซึ่งจากจุดนี้ ครูเก๋จะให้เราตั้งเป้าหมายว่า การมาคอร์สนี้จะต้องมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ปรากฏขึ้นให้เห็นใน Mandala และจะมาวัดอีกทีว่า จบคอร์สแล้ว ได้คำตอบไหม...สำหรับบีม คือ ได้ค่ะ ชัดมาก ๆ ด้วย 

กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย

อุปกรณ์ทำดนตรีและพลังงานบำบัด เห็นแบบนี้ หลับตาฟังแล้วเพราะมากกกค่ะ

เราบำบัดกันในห้องนี้เลยค่ะ

ตรงนี้ จะได้นอนค่ะ แล้วฟังเสียงคริสตัลโบลว์ กลอง ที่ไพเราะมาก ๆ เราจะผ่อนคลายมาก ๆ และรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนต่าง ๆ ในร่างกายที่ชัดเจน (บีมไม่รู้คนอื่นจะเป็นอย่างไรนะคะ แต่สำหรับบีม ทุกโมเลกุลสั่นหมด) บีมชอบพาร์ทนี้มาก ๆ เลยค่ะ และครูเก๋ก็จะใช้เสียงที่ไพเราะนำกิจกรรม มีการพูดเป็นระยะ ๆ ซึ่งตรงนี้ครูเก๋ก็น่าจะออกแบบสดตามโจทย์ของผู้เข้าคลาสในตอนนั้นเลย 

ความสำคัญของการผ่อนคลาย คือ การที่ความคิดจะหยุดทำงานค่ะ เราต้องให้ความคิดหยุดทำงานก่อน  ซึ่งหลาย ๆ คนมาด้วยความคิดลบมากมาย ความเครียดมากมาย ซึ่งเมื่อผ่อนคลาย จะทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น และ จิตจะเผยแสดงตัวชัดเจนขึ้น ใจของเราจะเผยให้เห็นความจริงในใจเรามากขึ้น เหมือนเราเอาอะไรที่ปิดบังมันออก เราจะเห็นตัวเองและความปรารถนาของใจเราเองชัดเจนขึ้นค่ะ

กิจกรรมการปลดปล่อยความเครียดฝังลึก


กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมสำคัญมาก ๆ ในการระบาย "ความเครียดฝังลึก" ออก เป็นความเครียดที่ร่างกาย "จดจำ" ไว้ และทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติคิดว่า "ต้องหนีหรือสู้" ตลอดเวลา อะดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลา ส่งผลให้เราเป็นคนเครียดง่าย หายใจสั้นแบบอัตโนมัติตลอดเวลา ผิวแห้ง ปากแห้ง (ขาดน้ำนั่นล่ะค่ะ) ระบบย่อยอาหารไม่ดี ท้องผูก ขับถ่ายไม่ปกติ อาการประมาณนี้ค่ะ 

เป็นการปลดปล่อยความเครียดและการผ่อนแกน HDA ค่ะ ตามภาพนี้

ภาพจาก https://bellalindemann.com/adrenal-fatigue-ibs/hpa-axis-diagram

H = Hypothalamus (ต่อมใต้สมอง)
P = Pituitary Gland (ต่อมพิทูอิทารี่)
A = Adrenal Gland (ต่อมหมวกไต)

ซึ่งแกนนี้จะตอบสนองต่อความเครียดทั้งทางกายภาพและทางจิตใจค่ะ ซึ่งจะไปลงที่ท้องก่อน สังเกตได้ว่า เวลาเราเครียด เช่นจะพรีเซ้นต์งาน จะให้ของคนที่เรารัก จะขอแต่งงาน ฯลฯ จะปวดท้อง ซึ่งในคนที่มีปัญหาเครียดเรื้อรัง ก็จะมีปัญหาระบบย่อยเรื้อรัง ไม่อยากอาหาร อาหารตกค้าง ท้องผูก พิษและแก๊สสะสมในลำไส้ค่ะ

ทางกายภาพ เช่น การได้รับสารพิษมาก ๆ รับอนุมูลอิสระมาก ๆ การหายใจสั้นและมีคาร์บอนไดออกไซด์ในสมองและร่างกายมาก ๆ การกินไขมันทรานส์ หรืออาหารที่ทำให้ร่างกายอักเสบบ่อย ๆ 

ทางจิตใจ เช่น ปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาการเงิน หนี้ ความรัก ความสัมพันธ์ ฯลฯ 

ขออภัยที่เซฟแหล่งภาพไม่ทันนะคะ

ความเครียดเป็นสิ่งที่ดี และ เกิดขึ้นได้เป็นปกติ ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทำให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่เข้ามาเพื่อลงมือทำบางสิ่งให้ผ่านไปได้ด้วยดี

แต่...ความเครียดชนิดฝังลึก ไม่ว่าจะมาจาก ประสบการณ์ความรักวัยเด็กที่เจ็บปวด พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ พ่อแม่ทิ้ง คนที่รักทิ้ง หย่าร้าง โดนบอกเลิกรุนแรง สังคมไม่ยอมรับเพราะเป็นสิว การถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ การมีปัญหาทางการเงิน ถูกทวงหนี้ซ้ำ ๆ ปัญหาทุกปัญหาที่เป็นเรื้อรังหรือเกิดครั้งเดียวแล้วยังรู้สึกเจ็บอยู่ เพราะเกิดการกระแทกทางจิตใจที่รุนแรง ล้วนแล้วแต่ทำให้วงจรการหลั่งสารอะดรีนาลีนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและแกน HPA หยุดการทำงานต่อเนื่อง 

หากไม่ปลดปล่อยความเครียดฝังลึกชนิดนี้ จะทำให้ร่างกาย "จดจำ" เหตุการณ์นั้น ๆ และหลั่ง "อะดรีนาลีน" ออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลก็คือ ร่างกายและพลังชีวิตเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ สุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ หน้าหมอง ความคิดสร้างสรรค์ลดลง จำไม่ได้ว่าหัวเราะครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เครียดง่าย สุขยาก ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ชัดเจน ไม่ได้ยินเสียงในใจตัวเองชัดเจน ไม่รู้จักตัวเอง สูญเสียการควบคุมตัวเอง...เป็นต้น

ดังนั้น กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่จะช่วยให้แกนนี้คลายออก และ ระบายความเครียดฝังลึกออกไป ซึ่งมีหลายล้านเหตุการณ์สะสมในจิต ที่หลายอย่างเราก็อาจจะจำไม่ได้แล้ว แต่เมื่อได้ทำแล้ว ผ่านกระบวนการของครูเก๋ครบแล้วในกิจกรรมนี้ เราจะโล่งขึ้นมาก สบาย เบา ซึ่งในสภาวะนี้จะทำให้การเผยแสดงของจิตใจเราชัดเจนขึ้น เราจะรู้จักตัวเองมากขึ้น เห็นตัวเองชัดขึ้น

ซึ่งในคอร์สนี้ จะได้ทำ 2 ครั้ง ประสบการณ์แต่ละครั้งจะแตกต่างกัน ซึ่งครั้งที่ 2 บีมเห็นตัวเองมีความสุขชัดเจนมากกว่าครั้งแรกมาก ๆ ครั้งแรกคือ มันเหมือนยังไม่ชัด แต่ครั้งที่สองคือ ชัดเจนว่ามันเบาและสุขขึ้นจริงจากภายในออกมาเลยค่ะ อันนี้คงจะแตกต่างกันในแต่ละคน และระวังอย่าไปใช้สมองมโน ไปคิดเอง คือ ต้องปล่อยวางจริง ๆ ค่ะ อย่าไปคาดหวังอะไร ให้กระบวนการซ่อมร่างมันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติเองผ่านกิจกรรมที่ครูเก๋จัดให้ค่ะ

โยคะนิทรา


เป็นการนอนและใช้พลังของเสียงเพลงจากอุปกรณ์สร้างเสียงจากคริสตัลโบลว์ กลอง ทำให้เราสงบ ผ่อนคลายระดับลึกด้วยเทคนิคเฉพาะของครูเก๋ ซึ่งจำเป็นต้องทำค่ะ เพราะ เป็นการเทพลังงานเสียที่ลอยออกมาจากการทำกิจกรรมทั้งวันออกไป หากไม่ทำแล้ว จะทำให้พลังงานลบค้างอยู่ เป็นผลเสียต่อร่างกายและจิตใจแทนค่ะ


โยคะหัวเราะ


เป็นโยคะที่จะต้องใช้ร่วมกับ Trauma & Tension Release ซึ่งเป็นการเน้นเอาแก๊สพิษหรือคาร์บอนไดออกไซด์ออกให้หมดจากส่วนช่องท้อง ซึ่งเป็นกิจกรรมขจัดความเครียดฝังลึกเป็นการเปิดช่องให้พลังงานเครียดออก แต่ยังเอาแก๊สออกไม่ได้ จำเป็นต้องใช้โยคะหัวเราะ ในการเอาออกและเติมออกซิเจนเข้าไปค่ะ ซึ่งส่วนของช่องท้องและส่วนล่างของลำตัว คือ ส่วนที่มีพลังงานความเครียดสะสมมากที่สุดและเอาออกยากที่สุด ครูเก๋สรุปให้ว่า โยคะหัวเราะเป็นเพียงหนึ่งเดียวของศาสตร์ที่สามารถเอาพลังงานลบในส่วนนี้ออกได้หมดค่ะ ที่ต้องมีการเปิดให้ความเครียดระบายด้วย Trauma & Tension Release ไปก่อน หรืออาจจะทำแค่โยคะหัวเราะอย่างเดียวก่อนก็ได้ อย่างน้อยก็เป็นการเติมออกซิเจนจำนวนมากเข้าไปให้ร่างกายและกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามาก ๆ จะทำให้เรารู้สึกสบายมาก ๆ ค่ะ

ตอนแรกก็แปลก ๆ ค่ะ บีมกลัวกิจกรรมนี้แหละ คิดว่าจะหัวเราะได้ไงโดยที่อยู่เฉย ๆ ก็หัวเราะ ปกติต้องดูตลกก่อน แต่พอครูเก๋นำกิจกรรม เราก็สามารถทำได้ค่ะ ครูเก๋ส่งพลังได้ดีมาก ๆ ทำให้บีมสามารถทำได้จริง ๆ และครูเก๋มีกิจกรรมอื่น ๆ เสริมไปในการหัวเราะด้วย ซึ่งการหัวเราะจะทำให้จิตใต้สำนึกเปิดแล้วเราจะใส่ของใหม่ที่เราต้องการเข้าไปค่ะ เป็นจุดที่ครูเก๋เน้นให้ตั้งแต่แรกทำ Mandala เลย คือ ไม่ได้พูดใส่ไปเรื่อย ๆ แต่เน้นจุดที่เราต้องการเลยเท่านั้นค่ะ แล้วมันเหมือนเอาน้ำใหม่ใส่เข้าไปแทนอันเก่าเลย หลังทำแล้ว บีมจดจำอันที่ฝังไปใหม่แทนอันเก่าไปเลย ทำให้เรามีพลังและภาพใหม่ผลักดันเราจากจิตใต้สำนึกจริง ๆ ค่ะ ไม่ต้องมานั่งคิด มันคือการกระแทกอันเก่าแล้วอัดอันใหม่เข้าไปแทนทันที 

จากนั้นเราก็จบด้วยการระบายสี Mandala อีกรอบค่ะ ซึ่งก็เปลี่ยนไปชัดเจนสำหรับบีม...ในทางบวกมาก ๆ ค่ะ 

ภาพหลังจบคอร์สของบีมค่ะ


หลังจากที่ทำแล้ว ครูเก๋บอกว่าต้องพัก 2-3 วัน เพราะ การปรับระดับพลังงานใหม่ทั้งหมดแบบนี้ เหมือนคนผ่าตัดใหญ่ใหม่ๆ อย่าพึ่งไปทำอะไรค่ะ ปล่อยตัวเองรีแล็กซ์ ๆ ก็พอ...พักเยอะ ๆ ประมาณนี้ค่ะ

สรุปแล้ว สิ่งที่บีมได้รับ ก็คือ

  1. สภาวะใจและกายที่ผ่อนคลาย ซึ่งจำเป็นมากในการที่เราจะมองเห็นตัวเองและทิศทางที่ชัดเจนที่เราจะเดินต่อไป ซึ่งเป็นหนทางที่เราต้องการจริง ๆ 
  2. สภาวะนี้จะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาได้ดีมาก เหมือนตอนเราเป็นเด็ก ๆ 
  3. มันทำให้เราชัดเจนกับการตัดสินใจมากขึ้น กล้าหาญในการตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองมากขึ้น
มันเกิดคาดค่ะ บีมไม่สนใจเรื่องสิวอีกต่อไป...และมีความสุขมากขึ้นในการดำเนินชีวิตค่ะ คือ มันไม่ต้องคิด มันออกจากใจเราจริง ๆ โดยอัตโนมัติ เหมือนรากเราถูกซ่อมอีกระดับค่ะ

มันเหมาะกับใคร?

บีมแนะนำให้คนที่หาทิศทางตัวเองไม่เจอ ไม่รู้จะทำงานอะไร จะไปทางไหน หลงทาง ไม่รู้จักตัวเอง รู้สึกเหมือนไม่มีคุณค่า ท้อ มืดมน และคนที่มีปัญหาโรคเรื้อรังรุมเร้า รักษายังไงไม่หายค่ะ คอร์สนี้ช่วยได้ค่ะ

จบการบอกเล่าเพียงเท่านี้นะคะ...

ซึ่งต้องบอกว่า ผลลัพธ์ที่แต่ละคนได้จะแตกต่างกันค่ะ ตามสภาพปัญหา ตามสภาพร่างกาย ตามสภาพจิต อาจจะไม่ได้อะไรเหมือนที่บีมได้เลยทันที เพราะ กายและจิตของบีมผ่านการบำบัดมาแล้ว 2 ครั้งจากครูเก๋ (อ่านบันทึกก่อนหน้านี้ค่ะ) มันเอาออกไปแล้วบางส่วน และบีมก็ดูแลตัวเองแนวธรรมชาติมา 9 ปีแล้ว ดังนั้น พอมาเจอจุดนี้ ก็เหมือนจุดปลดล็อคที่บีมอาจจะเจอเร็วกว่าคนที่พึ่งมาทำค่ะ 

แต่ขออย่าได้ท้อ ในกระบวนการเยียวยาตัวเอง อาจต้องทำต่อเนื่องในช่วงแรกค่ะ จนกว่าคุณจะยืนเองได้ อยู่เองได้ อย่างมีความสุข ก็ไปทำต่อเองตามการบ้านที่ครูเก๋ให้แต่ละคนค่ะ

ครูเก๋ "ซ่อมชีวิตต่อชีวิต" จริง ๆ ค่ะ...
เป็นครูผู้ให้ 100% ... 

ด้วยรักและอยากส่งต่อ
บีม...
27/2/19
7.36 น.


---

หลังจากลงบทความไป มีคนถามเรื่องรายละเอียดคอร์สเข้ามา ขอใช้ข้อมูลของทางครูเก๋ลงให้เลยนะคะ ตามนี้ค่ะ

คลิกที่ภาพเพื่อดูไซส์จริงได้ค่ะ จะได้เห็นรายละเอียดชัด ๆ



Comments